aPap   (1467 views)

What is aPap doing now?

ย้ายไปอยู่สังคมจริง ตามมาซิ !!
15 days ago  ·  Comment »

Age

21

Location

Silpakorn, Thailand

Birthday

September 30
 
Advertisement

Info

http://pap-deaw-kub.hi5.com - Send it to your friends

Age

21

Birthday

September 30

Location

Silpakorn, Thailand

 

About Me



........ .......... ............ ......... ..
ที่แม่กำลังพยายามบอกอยู่ตอนนี้คือ ถ้ามันไม่จำเป็นกับชีวิตถ้ามันไม่ได้ทำให้ชีวิตลูกดีขึ้นมาถ้ามันบั่นทอน และทำลาย ให้ลูกเรียนรู้ที่จะตัดมันทิ้งไป -มองข้ามมันไป เพราะแค่ปล่อยให้เป็นสายลมผ่านทำให้เราอ่อนไหว"ยังมากเกินไปเลย"...มันยากลูก...แต่ถ้าหัวใจลูกจะแข็งแรง...แต่ถ้าลูกคิดดีทำดี และหวังดีกับคนอื่นและโลกอยู่เป็นทุน ลูกก็ไม่ต้องสนใจอะไร..."แค่ไปข้างหน้าอย่างเดียว" Photobucket

Interests

ล่องลอยเยอะประสบการยิ่งดี เจ้าหญิงผู้เป็นดวงใจตอบเขาว่า ถ้าเขาสามารถรอคอยอยู่ใต้ระเบียงห้องเธอได้ติดต่อกัน 100 วัน 100 คืน เธอจะเป็นของเขาตลอดไป ณ ใต้ระเบียง ทหารหนุ่มเฝ้ารอคอยอยู่ตรงนั้นวันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า โดยไม่ยอมขยับเขยื้อนกายไปไหน เขารอคอยในสายลมบาดผิว รอคอยในสายฝนกระหน่ำ รอคอยในความเหน็บหนาวของหิมะ วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า โดยมีเจ้าหญิงของเขาเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลา เธอเห็นหยาดน้ำตาของเขาพรูพราวเป็นสาย จนกระทั่งในคืนที่ 99 ทหารหนุ่มหยุดร้องไห้ หยุดรอคอย หยุดทุกอย่างไว้ แล้วหันหลังเดินจากไป เรื่องนี้ไม่มีตอนจบ แต่มีบางคำถาม บางคำตอบในใจ ความรักของเธอกับเขาอาจจะเหมือนนาฬิกาทราย เมื่อฝ่ายหนึ่งเริ่มหมดรักไป ในใจอีกฝ่ายกลับรักขึ้นมาใหม่เต็มเปี่ยม แต่บางทีทหารหนุ่มอาจตั้งใจแค่แสดงให้เห็นว่าเขารักเธอจริงแท้แค่ไหน แค่พิสูจน์ให้เห็น แต่ไม่ต้องการครอบครองไว้ หรือบางทีเขาอาจเสียใจ ต้องตัดใจจากไปเพราะรักเขาถูกทำร้ายย่ำยี หรือบางทีเป็นเจ้าหญิงเองที่เสียใจ เพราะ ไม่เคยมีใครรักเธอได้อีกถึงเพียงนี้ !

Favorite Music

 

Favorite Movies

 

Favorite Books

เรื่องราวน่ารักๆของนิ้วกลม

พ.ศ.สองพันห้าร้อยสี่สิบเก้า

ดร.สเปนเซอร์ จอห์สัน ปรากฎตัวขึ้นตรงหน้าผมอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เราเคยเจอกันเมื่อหลายปีที่แล้ว และครั้งนั้นมีเงื่อนไขบางประการที่ทำให้ผมไม่ได้ทำความรุ้จักกับเขา เจอกันครั้งนี้ หน้าตาทรงสี่เหลี่ยมที่เคยขาวผ่องของเขามีร่องรอยหมองคล้ำด้วยฝีมือของกาลเวลาบ้างเล็กน้อย แต่หุ่นเพรียวบางน้ำหนักเบาขนาดเก้าสิบหกหน้าของเขายังเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง

ผมได้รู้จัก ดร.สเปนเซอร์ ผ่านการแนะนำของหญิงสาวคนหนึ่ง

เธอหยิบยื่นหนังสือเล่มดำของ ดร.สเปนเซอร์ ใส่มือของผมในรถมิตซูบิชิโคลท์สามประตู สีขาว ช่วงเวลาประมาณสามทุ่มเศษ ในคืนพระจันทร์ไม่เต็มดวง ดาวบนฟ้าไม่ได้สุกสกาววาววับเหมือนฉาก "สองต่อสอง" ในนวนิยายโรแมนติกทั้งหลาย

Who Moved My Cheese?

หกปีผ่านไป วันนี้ มันกลับมาอยู่ในมือของผมอีกครั้ง

สิ่งของบางชิ้นเหมือนเครื่องมือย้อนเวลา(Time Machine)เทปเพลงเก่าๆที่เราเคยฟังเมื่อครั้งยังเยาว์,ตุ๊กตุ่นตุ๊กตาที่เคยถูกเราจับโยกแขนยกขา ประกอบร่างขว้างทิ้ง,เสื้อนักเรียนสมัยมัธยมที่มีลายมือของเพื่อน รวมถึงรอยส้นตีนเพื่อน จารึกความทรงจำอันแสนหวานไว้บนนั้น

หากมันซุกตัวอยู่ในที่อยู่ของมันดีดี ก็คงไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอะไร แต่หากเราเผลอให้มันมาตกกระทบบนจอเรติน่าของเราเมื่อไหร่ ห้วงเวลาและเหตุการณ์ขณะนั้น จะไหลถาโถมเข้ามาในหัวสมองไม่หยุด

บางครั้งนำมาซึ่งรอยยิ้ม และบางครั้ง....น้ำตา

มีหนังสือน้อยเล่มในบ้านที่จะรอดพ้นเงื้อมตาของผมไปได้แบบบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้ราคี และหนังสือของ ดร.สเปนเซอร์ เล่มนี้ก็เป็นหนึ่งในน้อยนั้น

ภาพเลือนๆ (วันนั้น) : ผมหยิบมันโยนเข้าไปในชั้นใดชั้นหนึ่งของตู้หนังสือ (เพราะยังไม่มีแก่ใจจะอ่าน) และวันถัดไปก็มีหนังสือเล่มใหม่เข้ามาซ้อนทับ หมักมันไว้จนมิด เวลาผ่านนานเนิ่น หากเป็นปลาหมึกคงเรียบแบบเป็นแผ่น ไม่ต้องรีดเพิ่ม หากเป็นมะม่วงดองคงได้รสชาติกำลังดี มีจุลินทรีย์กำลังอร่อย

ภาพชัด (วันนี้) : ผมรื้อหนังสือที่ทับถมกันไว้เหมือนเจ้าหน้าที่ที่กำลังกู้ชีวิตที่หลงเหลือในกองซากตึกที่ถล่มลงมา ก่อนที่จะช่วยชีวิต ดร.สเปนเซอร์ ไว้ได้ -- ผมลืมไปเสียสนิทว่ามีเขาอยู่ในบ้าน! ลืมไปว่าเธอเคยยื่นหนังสือเล่มนี้ใส่มือผมในคืนวันนั้น

สันบางๆมีฝุ่นเกาะรอให้ปัดออก พอให้ใช้เวลาระหว่างนั้นทบทวนความทรงจำครั้งเก่าว่าเพราะเหตุใดจึงละเลยไม่สนใจใยดีหนังสือเล่มนี้ขนาดนั้น

ไม่ต้องใช้เวลานานนัก ผมก็นึกออก วันนั้นน้ำตาคงทำให้ผมมองอะไรไม่ค่อยชัด และคงไหลบ่าท่วมดวงตามากเกินกว่าจะอ่านหนังสือได้

แต่พักเรื่องอดีตฝุ่นเกาะไว้ก่อนดีกว่า วันนี้ ตาของผมเป็นปกติดี และผมก็อยากลองฟังสิ่งที่ ดร. สเปนเซอร์พูดดูเสียหน่อย ปล่อยแกพูดโดยไม่ได้ฟังมาตั้งหลายปี

เขาพูดด้วยนิ้วมือ และผมฟังด้วยลูกกะตา

เราสื่อสารกันผ่านตัวหนังสือ

The Story of WHO MOVED MY CHEESE?

ในอดีตอันไกลโพ้น ในสถานที่ๆไกลยิ่งกว่าอดีต มีหนูสองตัว (สนิฟฟ์ & สเคอรี่) กับมนุษย์จิ๋วตัวเท่าหนูอีกสองคน (เฮ็ม & ฮอว์) อาศัยอยู่ในเขาวงกต (Maze) กินเนยแข็งเป็นอาหารทุกวัน ทั้งสี่จะตรงดิ่งไปยังสถานีซีเพื่อกินเนยแข็งก้อนเดิมที่ทั้งสี่ได้ค้นพบ เป็นเช่นนี้เป็นปกติ เป็นนิสัย เป็นกิจวัตร เป็นประจำ เป็นธรรมดา เป็นธรรมชาติ เป็นไปเรื่อย จนกระทั่ง อยู่มาวันหนึ่ง ทั้งสี่ได้ค้นพบว่า ณ ที่แห่งเดิม "ไม่มีเนยแข็ง!!" (เครื่องหมายตกใจสองอันนี้ สำหรับ สนิฟฟ์กับสเคอรี่ที่ไม่ค่อยตกใจเท่าไหร่ ส่วนอีกหลายอันข้างท้ายเป็นตัวแทนแสดงความรู้สึกของเฮ็มกับฮอว์ มนุษย์ตัวจิ๋วที่ตกใจกว่าหนูสองตัวนั้นมากมายนัก!!!!!!!!!)

เจ้าหนูสองตัวไม่มีปัญหา เพราะมันได้เตรียมตัวสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อยู่แล้ว มันสังเกตเห็นว่าเนยแข็งลดขนาดลงทุกวัน และคงต้องหมดลงในวันหนึ่ง จึงเตรียมตัวและหัวใจเอาไว้เพื่อหาเนยแข็งก้อนใหม่อยู่แล้ว ต่างจากฝ่ายมนุษย์จิ๋วสองคนนั้นที่นิ่งนอนใจ นิ่งนอนปอด นิ่งนอนม้าม นิ่งนอนกระเพาะอาหาร ไม่ได้เตรียมตัวรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันครั้งนี้ จึงลุกหลี้ลุกลนทำอะไรไม่ถูก วิ่งเป็นหนูติดจั่นอยู่ในสถานีเดิม เอาแต่พร่ำบ่นซ้ำๆว่า "ใครเอาเนยแข็งของฉันไป?" "ใครเอาเนยแข็งของฉันไป?" "ใครเอาเนยแข็งของฉันไป?" "ใครเอาเนยแข็งของฉันไป?" "ใครเอาเนยแข็งของฉันไป?" อยู่อย่างนั้นแล้วก็ไม่ทำอะไร ได้แต่นั่งเฝ้าอยู่ที่เดิม ด้วยหวังว่าเนยแข็งจะกลับมาในวันหนึ่ง

อ่านถึงตรงนี้ มีภาพเลือนรางบางอย่างปรากฎขึ้นในหัวของผม เฮ็ม และฮอว์ ยังทำสิ่งเดิมๆ ที่เคยทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เดินจากบ้าน-มาที่สถานีซี-ไม่เจอเนยแข็ง-แบกความชอกช้ำกลับบ้าน

เดินจากบ้าน-มาที่สถานีซี-ไม่เจอเนยแข็ง-แบกความชอกช้ำกลับบ้าน

เดินจากบ้าน-มาที่สถานีซี-ไม่เจอเนยแข็ง-แบกความชอกช้ำกลับบ้าน

.........

กระทั่งวันหนึ่ง ฮอว์เริ่มมีความคิดที่จะก้าวออกจากสถานการณ์เลวร้ายเพื่อออกไปหาเนยแข็งก้อนใหม่

เมื่อเฮ็มเห็นเข้าจึงร้องถามเพื่อนว่า "ทำไมแกไม่คอยอยู่ที่นี่กับฉัน จนกว่า 'เขา' จะหย่อยเนยแข็งกลับมาล่ะ?"

ฮอว์ตอบกลับเพื่อนรักเป็นภาษาอังกฤษ

"Sometimes, Ham,things change and they are never the same again. That's life! Life mover on. And so should we."

ผมสะอื้นเล็กน้อยกับประโยคนี้ ภาพหญิงสาวคนนั้นปรากฎขึ้นเลือนๆ หญิงสาวที่เปลี่ยนแปลงไปจนผมจำเธอ 'คนเดิม' แทบไม่ได้ ความอ่อนโยนสดใส อัธยาศัยดี รวมถึงรอยยิ้มสีชมพูนั้นหายไปเงียบๆโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัว ภาพหญิงสาวคนเดียวกัน (แต่ไม่ใช่เธอคนเดิม) ปรากฎขึ้นซ้อนทับภาพแรกไม่มีรอยยิ้ม มีเพียงคำพูดบางงคำที่ผมจำได้ชัดกว่าภาพของเธอ คำพูดสุดท้ายที่ทำให้ผมร้องไห้อยู่หนึ่งวันเต็มๆ

ฮอว์พูดต่อในหน้าถัดไป "ทำไมฉันไม่มองหาเนยแข็งก้อนใหม่ให้ไวกว่านี้นะ?"ในระหว่างทางของการออกตามล่าหาเนยแข็งก้อนใหม่ ฮอว์คิดใคร่ครวญปรัชญามากมายเพื่อบอกกล่าวจนเกือบเรียกได้ว่าสอนสั่งผม "นับวัน เนยแข็งจะมีแต่เล็กลง เล็กลง และยิ่งเหลือน้อยเท่าไร รสชาติก็ยิ่งแย่ลงเท่านั้น"

ก่อนหน้านี้ ผมเคยเสมอมาว่า มี 'สิ่งที่เป็นนิรันดร์' (สิ่งที่จะคงเดิม เป็นเหมือนเดิมตลอดไป ไม่ว่เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน) อยู่จริง ในโลกที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงใบนี้

และฮอว์ก็ระรึกขึ้นมาได้ว่า ช่วงเวลาทีเขามีความสุขทีสุด คือช่วงเวลาแห่งการไขว่คว้าหาเนยแข็ง ซึ่งเขาห่างหายจากมันมานานแล้ว และเกือบลืมไปด้วยซ้ำว่า มันสนุกขนาดไหนเวลาได้ออกล่าหาอะไรใหม่ๆ

ผมยกนิ้วมือขึ้นมานับ-สิบปี-คือช่วงเวลาที่เรารู้จักกัน (รู้จักหน้า รู้จักชื่อ แต่อาจไม่ได้ 'รู้จัก' กันจริงๆ)

ระหว่างนั้น ดร.สเปนเซอร์ ก็บอกกับผมผ่านความคิดของฮอว์อีกว่า เรามักนึกไปเองว่าการเปลี่ยนแปลงจะนำไปสู่สิ่งที่เลวร้าย แต่ที่จริงการเปลียนแปลงก็นำไปสู่สิ่งใหม่ที่ดีขึ้นได้

ผมยิ้มให้กับเจตนาดีของเธอ ที่หยิบยื่นหนังสือเล่มนี้ให้กับผมในคืนนั้น

ต้องยิ้มอีกครั้งเมื่อพลิกมาอีกหน้า

"The Quicker You Let Go Of Old Cheese, The Sooner You Find New Cheese."

เป็นการให้ (หนังสือ) ที่สื่อความหมายได้ 'ตรงไปตรงมา' เหลือเชื่อ!

แต่แล้ว ผมก็ไม่รู้สึกหว้าเหว่เกินไป เมื่อได้อ่านข้อความที่ออกจากปากเฮ็ม ผู้ซึ่งไม่ยอมออกไปไหน ยังปักหลักอยู่กับสถานีซี ที่เดิม รอเนยแข็งก้อนเดิมกลับคืนมา

เขาบอกปฏิเสธ เมื่อฮอว์มาชวนให้ออกไปหาเนยแข็งก้อนใหม่

"ฉันไม่คิดว่าฉันจะชอบเนยแข็งก้อนใหม่หรอก มันไมใช่สิ่งที่ฉันคุ้นเคย ฉันต้องการเนยแข็งก้อนเดิมของฉันกลับคืนมา และฉันจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรทั้งนั้น จนกว่าฉันจะได้ในสิ่งที่ฉันอยากได้"

อืม.....หัวของเอ็มแข็งกว่าเนยหลายขุม (แข็งพอๆกับหัวของผม)

เรื่องจบลงตามแนวทางที่คาดเดาได้ของคัมภีร์ฮาวทู ฮอว์พบเนยแข็งก้อนใหม่ที่ทั้งใหญ่และอร่อย อิ่มหน่ำสำราญร่วมกับเจ้าหนูสองตัวที่ออกล่าไปก่อนหน้านั้นแล้วและแน่นอน ฮอว์ไม่ลืมเตือนคุณผู้อ่านอย่างผมด้วยว่า ควรหมั่นดมกลิ่น (สังเกต) ความเปลี่ยนแปลงเล็กๆของก้อนเนยแข็งให้ดี เพราะมันจะนำมาซึ่ง การเปลี่ยนแปลงครั้งใหย่ในอนาคต แถม ดร.สเปนเซอร์ ยังฝากบอกผ่านฮอว์ด้วยว่า เราต้องโยนอดีต (อันสวยงาม) ทิ้งไป เพื่ออยู่กับปัจจุบัน (ที่เป็นจริง)

ดร.สเปนเซอร์ทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ไร้ที่ติกับการบอกผ่านเนื้อหา 'กล้าที่จะเปลี่ยน' ผ่านฮาวทูในรูปแบบกึ่งนิทานอ่านสนุก และน่าจะช่วยปลุกระดมให้หลายคนที่ไม่กล้าเปลี่ยนแปลงตัวเองลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง ไปในแนวทางใหม่ๆ รวมไปถึงทำให้หลายคนวางอดีตเอาไว้เบื้องหลัง แล้วมุ่งหน้าหาอนาคต

สิ่งที่ ดร.สเปนเซอร์ ทำมากกว่านั้้นและทำได้ดีเอามากๆ เพียงแต่ว่าช้าเกินไปหกปี คือ การส่งผ่าน 'สาร' (และเจตนาดี) จากหญิงสาวคนนั้น มาสู่ผม เพราะ ดร. แกดันไปหมกตัวอยู่ใต้กองหนังสือเสียนี่!

แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ในช่องว่างระหว่างชวงเวลาหกปีนั้น ระหว่างทางของการออกตามหาเนยแข็ง ผมเองก็ได้พบปรัชญามากมายคล้ายๆ กับที่ฮอว์พร่ำบอกตลอดเล่ม และตอนนี้ก็อาจเป็นเวลาที่เหมาะสมแล้วสำหรับการอ่าน เพราะผมเชื่อว่า ถ้าผมได้พบฮอว์กับเอ็มเมื่อหกปีก่อน ผมคงเข้าข้างเฮ็มเป็นแน่ (กระทั่งวันนี้ ผมยังแอบเอาใจช่วยเฮ็มให้ได้เนยแข็งกลับคืนมาเลย)



เวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน ความคิดเปลี่ยน

แต่มีบางอย่างที่ยังคงอยู่ในที่ที่เดิมของมัน

บางอย่างที่เราเรียกมันว่า 'ความทรงจำ'

"มันเป็นเรื่องแสนธรรมดา การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา ไม่ว่าคุณอยากให้เกิดขึ้นหรือไม่ และการเปลี่ยนแปลงจะทำให้คุณตก (แปลก) ใจ ต่อเมื่อคุณไม่สังเกตและไม่คาดการณ์มัน"

หญิงสาว ฝาก ดร.สเปนเซอร์และ ดร.สเปนเซอร์ฝากฮอว์ มาบอกผมในช่วงท้ายเล่ม

ใช่,การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่แสนจะธรรมดา แต่การที่คนหนึ่งคนเฝ้ารอและคาดหวังว่าสิ่งที่เคยดีจะกลับมาดีอีกครั้งก็เป็นเรื่องที่แสนจะธรรมดาเช่นกันมิใช่หรือ?

เนยแข็งที่เคยมีทุกวัน จะหายไปเฉยๆ ได้อย่างไร เป็นไปไม่ได้ ใครจะไปเชื่อ!

ถึงแม้ว่าผมจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของก้อนเนยแข็งที่เล็กลง แต่ก็อยากเหลือเกินที่จะทำใจให้อยู่ในสภาวะปกติในคืนนั้น คืนที่เธอบอกผมว่าเธอกำลังจะหายตัวไปและทิ้งไว้เพียงหนังสือเล่มหนึ่งที่คาดหวังว่าจะทำให้ผมเข้าใจความจริงของชีวิตมากขึ้น คืนที่ผมได้รับหนังสือเล่มนี้ เป็นคืนสุดท้ายที่เราได้พบกัน

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เรายังไม่ได้พูดคุยกันอีกเลย แม้สักคำ

ขณะอ่าน'Who Moved My Cheese?' ผมได้ยินเสียงของเธอตลอดหลาย

ประโยคที่ฮอว์เอ่ยออกมา ผมได้ยินเป็นเสียงเธอ

เสียง....ที่ผมไม่ได้ยินมานาน

คืนนี้ก็เหมือนกับคืนนั้น พระจันทร์ไม่เต็มดวง ดาวบนฟ้าไม่ได้สุกสกาววาววับ ผมวางหนังสือที่เปรียบเสมือนไทม์แมชชีนเล่มนั้นลง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ที่ลบทิ้งไปจากเครื่องนานมากแล้ว แต่ในความทรงจำมันยังอยู่

--เบอร์โทรศัพท์ของสถานีซี

....

....

....

....

....

แล้วเนยแข็งของผมก็รับสาย

"สวัสดีค่ะ"

เธอยังอยู่ 'ที่เดิม'
 

hi5 Games

Play hi5 Games

aPap hasn't played any games recently.

 

Journal

View All 7 Entries    Add Comment

...... : Jul 18, 2009
i waited U 4 alongtimes

if i wait a little time

just waiting

Applications

Browse Applications

OLX
OLX is the next generation of free online classifieds. OLX provides a simple solution to the compl...

Poker Palace
Casino-style Texas hold 'em poker. It's the real deal!

Mobsters
Start a Mob with your friends. Rise from a petty thief to Mafia Don. Rule hi5!

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins    View all

aPap has no unwrapped gifts.
 

Comments | View All Entries

Leave a comment for aPap

Dec 17 9:09 AM
 
ปีหนึ่งเฟรชชี่เดกอยู่
 
Dec 17 9:09 AM
 
ปากหนอปาก นิสัยย ไม่ดี
 
Dec 17 7:59 AM
 
อุ้ย ใจตรงกันหรอ

ทำไปได้ ดีใจดีมั้ย ????

ha ha !!

งานยังไม่หนักหรอก แต่ใกล้สอบและเตรียมเครียด

ทำไรจ๊ะ
 
Dec 17 7:47 AM
 
รูปดิสเพลย์เป๊บหน้าเด็กดีเนอะ ถ่ายนานยัง
 
Dec 17 3:18 AM
 
ยังไม่ได้ติดเรย

ไปด้วยกันป้ะล่ะ

5555
 
Dec 16 12:19 PM
 
Haha i'free everyday up 2 u leay when ah ??
 
Dec 16 10:10 AM
 
ป่าว ในเฟคอะ
 
Dec 16 6:42 AM
 
อยากสำคัญกะเค้าบ้างอ้าาาาาาาา

เเหะๆ
^_____________^
 
Dec 15 9:53 AM
 
ห้า ติดเกมคะ
 
Dec 15 8:26 AM
 
ลืมไป ( เราล้อเล่นนะ )

เดี๋ยวแฟนเธอด่าเราแล้วแย่เลย

ห้าห้า
 
Dec 15 8:15 AM
 
อยู่ดีๆก็มาหมั่นใส้เค้า

ก็ไม่อยากมีบ้านหลายหลัง จะอยู่หลังเดียว(กัน)ไง

เดี๋ยวไม่อบอุ่น ^^ 55
 
Dec 15 7:39 AM
 
หรอ ไม่เอาอ่ะอยากได้หลังเดียวเดี๋ยวไม่อบอุ่น ^^ 55
 
Dec 14 9:55 AM
 
หึๆ เมื่อไหร่จะได้มีก็ไม่รุ้ บ้านของตัวเองเนี้ย

^^
 
 
Dec 11 6:37 AM
 
แหม๋ วันนั้นมันง่วงนอน เด๋วจะนอนมาเต็มอิ่มนะ เจอกันแน่ลูกน้อง 55555
แต่วันนั้นเหมือนดูดไปนิดเดียวเองอ้ะ
ครั้งหน้าจัดมาเรวๆๆเลย 555 อยากดูดแล้ว
 
Dec 10 7:29 PM
 
น่ารักแล้วชอบป่าว 555+
 
Dec 8 10:00 AM
 
เป๊บนี่พูดครุมเครือนะเนี้ย

สรุปปีสาม แต่ทำไมจบ5 ปีอ่ะ

เหลือเยอะหล่ะซี้ แต่แกล้งให้เราคิดเอง

ไม่จ้างหรอก แพงแน่ๆ ห้าห้า
 
Dec 8 9:06 AM
 
บอกไม่ถูกอ่า
ใช้โปรแกรม photo scape อ่าค่า
^^
 
Dec 8 5:50 AM
 
แง้ๆๆ T^T

ไม่สวยก้ไม่สวยจ้า อิอิ
 
Dec 8 4:01 AM
 
อ่อ เคๆ เข้าจายๆ 555+

Title
body
 

Purchase additional coins

You need an additional: hi5 Coins hi5 Coins

Get Coins No Thanks